คลังบทความของบล็อก

31 ธันวาคม 2562

ชีวิตของเจ๊นัน



ขอบคุณภาพประกอบจาก google


ประมาณปีพ.ศ. 2527 ผมได้รับมอบหมายจากพ่อ ให้ไปซื้อข้าวสาร จากองค์การคลังสินค้าแห่งประเทศไทย  ผมจำได้ว่าสมัยนั้นอยู่ใกล้ๆกับวัดพระแก้ว(ประมาณนี้หากจำผิดขออภัย)  เมื่อซิ้อแล้วเจ้าหน้าที่จะมอบบิลรายการสั่งซื้อให้   เรานำบิลสั่งซื้อไปขึ้นข้าวสารที่โกดังแถบราษบูรณะ  ในสมัยนั้นเราตัองนำสิบล้อไปขึ้นแพขนานยนต์แถวพระประแดง  เพื่อไปที่โกดังซึ่งเป็นที่เก็บข้าวสารขนาดใหญ่  มีโกดังมากมายพร้อมกับ''จับกัง''แบกข้าวสารนับร้อยชีวิต  ผมได้พบเจ๊นันที่นี่...เจ๊นันและผมถูกชะตากัน  ด้วยความที่ผมเป็นลูกเจ๊ก เจ๊แกก็ชอบเด็กหนุ่มผิวขาวหน้าตาแย้มยิ้มและเป็นกันเองอย่างผม เราจึงสนทนาปราศัยอย่างคนกันเอง   เจ๊น้นเล่าอดีตอันขมขื่นของแกให้ผมฟัง  เจ๊นันหรือ''นายอนันต์''เป็นกระเทยในวัยประมาณ50ปึ  แกเป็นชาวขอนแก่นรูปร่างสูงใหญ่ผิวดำแดง  ริมฝีปากสีแดงของแกทาลิบสติกเป็นนิจ  ใบหน้าพอกด้วยแป้งผัดหน้าราคาถูก   รูปร่างของแกเหมาะเป็นนักรบโบราณมากกว่าเป็นอย่างอื่น  พระเจ้าคงเล่นตลกกับแกเป็นแน่  เจ๊นันเช่าบ้านหลังเล็กๆกับผัวหนุ่มจับกังของแก  ผัวหนุ่มขี้เหล้ามักเห็นแกเป็นกระสอบทรายเคลื่อนที่อยู่เสมอๆ  เป็นเรื่องน่าแปลก...ที่เจ็นันมักเจอผัวนักมวยที่ชอบใช้ร่างกายของแก  เป็นที่ระบายอารมณ์เวลาเมาอยู่เนืองนิจ  แกทนไม่ไหวแกก็ต้องหอบผ้าหนีตายไปที่อื่น  ทำไปทำมาแกก็ต้องกลับมาประกอบอาชีพ''จับกัง''เช่นเดิม  แกเล่าว่าอาชีพอื่นๆแกไปไม่รอด  แล้วแกก็เปลี่ยนผัวไปเรื่อยๆ เช่นกัน   ชีวิตของแกวนเวียนอยู่เช่นนี้  ตั้งแต่แกอายุยังไม่ถึงยี่สิบด้วยซํ้า  ด้วยรูปร่างสูงใหญ่ผิวดำเข้มซึ่งเป็นปมดับในปมด้อยของคนเพศทางเลือกอย่างเจ็นัน  ทำให้แกไม่มีทางเลือกมากนักในการใช้ชีวิต บวกกับนิสัยหงิมๆเงียบๆของแก  มันทำให้แกใช้ชีวิตที่ยากขึ้น  พระเจ้าปั้นแกอย่างไม่เต็มใจปั้น พระเจ้าโหดร้ายกับแกเกินไป


ขอบคุณภาพประกอบจากเพจ ภาพเก่าเล่าอดึต

     ภายในโกดัง...กองกระสอบป่านบรรจุข้าวสาร  เรียงรายเป็นทิวแถวเป็นระเบียบ  มันสูงจนผมต้องแหงนคอมอง  ไม้แผ่นหนาหลายแผ่นยาวไม่ตํ่ากว่า10เมตร  พาดไปมาตามกองกระสอบข้าวสาร  มันไต่ระดับตั้งแต่ด้านล่างจนถึงด้านบนของกระสอบข้าวสาร  เหล่าจับกังแบกข้าวสารหนัก100กิโลเหมือนแบกปุยนุ่น  เหงื่อออกโซมกาย  รอยต่อตามซอกแถวของกระสอบข้าวสาร  ซุกซ่อนไว้ด้วยยาชูกำลังแบบพื้นบ้าน  มันถูกบรรจุไว้ในซองพลาสติกเล็กๆ  ยาชูกำลังที่ผมเอ่ยถึงคือ''ยาม้าและใบกระท่อม''  จับกังบางคนกำลังง่วนอยู่ตรงจุดนี้  ผมสอบถามถึงยาชูกำลังของเจ๊นัน  เจ็แกมองซ้ายมองขวาแล้วล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ  แล้วงัดซองพลาสติกยับยู่ยี่พลางล้วงสิ่งหนึ่งออกมา  มันคือ''ยาม้า''นั่นเอง  แกบอก...ถ้าขาดมันแกก็อยู่ไม่ได้
   อีกดรั้งที่ผมได้เจอเจ๊นันที่โกดัง  ใบหน้าของแกบวมปูดริมฝีปากแตกบวมเจ่อ  แกยิ้มให้ผมเศร้าๆพร้อมหลบตา  ผมยิ้มให้แกและแกล้งมองไปทางอื่น  ไม่ต้องบอกผมก็รู้ว่าแกโดนอะไรมา  และวันนั้นเป็นวันสุดท้ายที่ผมเจอเจ๊นัน  ผมไม่เคยเชื่อเรื่องชาตินี้ชาติหน้า  หรือ...เคราะห์กรรมที่ประสบพบเจอในชาตินี้  เป็นผลกรรมในอดีตชาติ  แต่บางสิ่งบางอย่างมันก็หาที่มาที่ไปไม่ได้เช่นกัน  โลกนี้มักมีคำถามที่ไม่เคยมีคำตอบ  วันหนึ่งผมไปรับข้าวสารที่โกดังเช่นปกติ  เจ๊นันหายไป...สอบถามอาเจ้กที่คุมโกดัง  แกเล่าว่าเจ็นันหายหน้าไปหลายวันแล้ว  ได้ข่าวว่าหนีผัวใหม่แล้วสาบสูญไปเลย  ผมนั่งรถบรรทุกข้าวสารที่หนักอึ้งกลับสัตหีบ  แต่ในหัวของผมหนักกว่า  เพราะในหัวมันมีแต่คำถามกับชะตาชีวิตของเจ๊นัน  หรือนี่คือ''วิบากกรรม''ที่หลวงพี่หลวงพ่อทั้งหลายมักเรียกกัน  และหรือเป็นสิ่งที่เจ๊นันเลือกเอง ?

บันทึกจากประสบการณ์ที่ได้พบเจอของผมเอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น